Book
วันนี้ไปดู My Bluebery Nights ที่สกาล่า
ระหว่างรอหนังฉายก็ไปเดินเล่นที่คิโนะคุนิยะ สยามพารากอน ตามสูตร
เข้าร้านก็ดูมุม Gems of the month ลดราคา 20%
เลยเจอเล่มนี้เข้าให้ครับ (คลิกรูปเพื่อดูโน้ตได้)

โป๊ะเชะเลย ปกแข็งซะด้วย คว้ามาจ่ายตังค์แบบแทบไม่ต้องคิด
ราคาปก 19.99U$ คิโนะฯ ขาย 571 บาท
แถมลด 20% เหลือ 456 บาท แจ๋วมาก
อิลลูมินาติ คืออะไร เรื่องนี้ถ้าให้เล่าก็ยาวครับ จะลองร่ายให้ฟังคร่าวๆ ก็แล้วกัน
โดนคุณ wät แปะมา ด้วยความยินดีเลยครับ
เห็นครั้งแรกที่บล็อกพี่ไท้ ซึ่งก็ไปอ่านอยู่เรื่อยๆ แต่ไม่ค่อยได้ตอบ (เหมือนแชมป์เลย)
แล้วก็เริ่มกระจายต่อไป แต่ไม่เร็วเหมือนตอน blog tag เพราะคราวนี้
tag กันแค่ทีละ 2 คน
กติกาขอยกจากคนที่ tag ผมนี่แหละ เขียนเป็นข้อๆ อ่านง่าย น่าลอกดี ;-P
"กติกาการเล่น ไม่มีอะไรมาก เพียงทำตามนี้
1. หยิบหนังสือเล่มที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดมา
2. เปิดไปที่หน้า 123 ไล่หาประโยคที่ 4 ในหน้านั้น
3. นำ 3 ประโยคที่อยู่หลังประโยคที่สี่ มาใส่ในบล็อก
4. ระบุชื่อคนเขียน และชื่อหนังสิอ
5. แปะคนต่ออีก 2 คน"
มองๆ หนังสือบนโต๊ะทำงานแล้วไม่รู้จะเอาเล่มไหน มีแต่หนังสือโปรแกรมมิ่ง
เห็นคนอื่นเค้าแนะนำกันแต่หนังสือภาษาอังกฤษ รู้สึกว่ามันจะดู geek ไปหน่อย
เลยเลือกเอาเล่มนี้ก็แล้วกัน
บรินและเพจจะจ่ายเงินอย่างรอบคอบตอนที่สร้างโครงสร้างพื้นฐานของระบบคอมพิวเตอร์
ซึ่งให้ชีวิตแก่ธุรกิจ แต่พวกเขาไม่ประหยัดเลยเมื่อมาถึงการสร้างวัฒนธรรมภายในกูเกิลเพล็กส์
และปลูกฝังความภักดีกับความพอใจในการทำงานในหมู่ชาวกูเกลอร์
แหม..รู้สึกมันช่างเหมาะเจาะจริงๆ ที่เลือกเล่มนี้มา
จากหนังสือ เรื่องราวของกูเกิล (The Google Story) เบื้องลึกแห่งความสำเร็จของธุรกิจ
สื่อเทคโนโลยีที่ร้อนแรงที่สุดแห่งยุค ของ David A. Vise กับ Mark Malseed
แปลโดย คุณวิภาดา กิตติโกวิท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น
ตอนแรกไม่รู้จะ tag ใครต่อ พอดีเห็น mk พี่ป๊อก ที่ยังว่าง แถม หมวด ยังยุให้แปะต่อให้ ลิ่ว ด้วย
ก็รับไปทั้งสองคนเลยนะครับ ขอแปะคนดังหน่อยเถอะ ^_^
มีโจทย์อีกหลายข้อจากคุณ wät ที่น่าสนุกดี ลองตอบดู ผลออกมาเป็นแบบนี้...
ตามสัญญาว่าจะมาเขียนถึงอีกเล่มที่ได้มาพร้อม Star Wars: Panel to Panel
ถ้าคนที่ดูหนังบ่อยหน่อยคงคุ้นกับชื่อเรื่องกับรูปแบบตัวหนังสือแบบนี้
เพราะหนังที่กำลังจะเข้าฉายเดือนมีนาคมสร้างจากการ์ตูนเล่มนี้แหละ
แถมสร้างแบบเหมือนเปี๊ยบ เรียกว่าเอาภาพจากการ์ตูนไปทำ story board เลย
ซึ่งเทคนิคนี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเพิ่งผ่านตาไปหยกๆ กับ Sin City
ซึ่งสร้างจากการ์ตูน ไม่ใช่สิ นิยายภาพของ Frank Miller เหมือนกันอีกต่างหาก
ชื่อเสียงของ Frank Miller เลยเป็นที่รู้จักในวงกว้าง แต่แฟนคอมมิคจะรู้ว่าแฟรงค์ดังมานานแล้ว
แต่ที่ดังมากก่อนหน้า Sin City ก็น่าจะเป็นการปลุกชีพ Batman จากช่วงซบเซา
ให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้งใน The Dark Knight Returns (ภาคนี้เรื่อง+ภาพเจ๋งมาก)
300 เป็นเรื่องของนักรบสปาร์ตัน 300 คนที่สู้กับกองทัพเปอร์เซียอันเกรียงไกรนับล้านคนที่จะมาบุกกรีซ
เรียกว่าเป็นศึกในตำนานก็ว่าได้ ในหนัง The Last Samurai ก็มีพูดถึงด้วยนะ
(เอากลับมาดูหลังดู Blood Diamond เพราะ ผกก.คนเดียวกัน)
เห็น เทรลเลอร์ 300 แล้วน่าดูมากๆ เลยตั้งใจว่าจะเก็บเล่มนี้ไว้อ่านหลังดูหนังดีกว่า
ถ้าหนังออกมาดีเหมือนในเทรลเลอร์ จะลุ้นให้ผกก.แซ็ค ชไนเดอร์ได้กำกับ Watchmen
ให้สมใจทั้งคนรอดูและคนอยากทำเลย
ใครไม่รู้จัก Watchmen แล้วขี้เกียจไปอ่านใน wikipedia แนะนำบล็อกของคุณ yerrman ที่ exteen ครับ
ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับหนัง 300 แบบภาษาไทย เชิญที่เวบคุณ Jediyuth โลด...
Update! อดใจไม่ไหว อ่านจบเล่มไปแล้ว T_T
เอาน่ะ มีคนอีกตั้งเยอะที่ต้องเคยอ่านแล้วเหมือนกัน ยังไงถ้าหนังจะสนุกมันก็ต้องสนุกแหละ...
วันนี้นึกครึ้มๆ ตอนเที่ยงเลยแว่บไปเดินพารากอนแก้เบื่อ
แล้วก็ตามเคย แวะที่คิโนะคุนิยะ ดูโซนหนังสือคอมพ์ กับการ์ตูนฝรั่งเป็นหลัก
ตั้งใจจะไปหา Watchmen ของ Alan Moore กับ
Mythology ของ Alex Ross ปรากฏว่าของหมด
เลยได้เล่มนี้มาแทน (อีกเล่มนึงไว้จะเขียนถึงวันหลัง)
มันช่างบังเอิญซะจริงๆ ที่เมื่อคืนวันอาทิตย์เพิ่งนอนฟัง podcast ของสองคู่หู dualGeek เรื่องนี้พอดี
เป็นคลิปที่เค้าคุยกันไว้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ทำให้รู้ว่าเป็นพวกบ้า Darth Maul เหมือนกัน
ยังมีอีกคลิปนึงของเดือนตุลาคม เป็นเรื่อง superhero เลยได้รู้ว่าชอบ Batman เหมือนกันอีกซะด้วย
ถ้ามาอ่านเจอก็อย่าโกรธที่ผมโหลดมาแต่ยังฟังไม่ครบนะครับ
จะพยายามฟังให้ได้คืนละคลิป พอดีเลือกฟังแต่เรื่องที่ไม่เกี่ยวกับ Mac ก่อน ;-)
เล่มนี้เป็นงานรวม art work ทั้งหลาย จากฉบับหนังสือการ์ตูนของซีรี่ส์นี้
ตั้งแต่ปี 1991 ของ Dark Horse Comic รวมทั้งโปสเตอร์ ปกนิยาย สารพัด ฯลฯ
รูปก็สวยคุ้มค่า มีหลายฉากที่เราไม่ได้เห็นในหนัง เพราะเป็นเหตุการณ์ช่วง Clone Wars
รวมทั้งนิยาย (The New Jedi Order), เกมส์ (Knights of the Old Republic) ที่เป็น side story
ซึ่งผมก็ไม่เคยอ่านหรือเล่น ได้แต่ดูสรุปกับอ่านตาม forum ที่เค้าคุยกัน
คิดว่าแค่ได้ดูซีรี่ส์ Clone Wars ครบทุกตอนก็นอนตายตาหลับแล้ว
เห็นด้วยกับปกหลังที่เค้าบอกว่า "a picture is worth a thousand words..."
เลยยอมควักกระเป๋าให้ ราคาแปะไว้ 695 บาท แต่คิโนะฯ เค้าใจดีลดให้อีก 20%
ว่ากันว่าคนที่ไม่ใช่แฟนตัวยงของ Stars Wars ยังควรมีไว้ในฐานะที่เป็นงานรวม art work ชั้นดีเล่มนึง
เลยเอามาเข้าชุดกับ The Visual Dictionary of Star Wars ที่มีอยู่ซะเลย... ^_^
"...หากคุณไม่มีความสุข มันก็เป็นความผิดของคุณเอง..."
จาก โลกใบที่สองของโม
นวนิยายภาพรีไซเคิล
โดย จุก เบี้ยวสกุล + วินทร์ เลียววาริณ




Space
del.icio.us
Flickr
Stumble!
Multiply
Wikipedia