24 ต.ค.
ผมตื่นมาตีห้าครึ่ง ได้ยินเสียงคนเตรียมตัวจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น
แต่ไม่ทันไร ฝนก็เทลงมากระหน่ำ เลยคิดในใจว่าไปดูก็คงไม่เห็นอะไร เลยนอนกันต่อ
ตื่นอีกที 7 โมงเช้า ก็เดินฝ่าฝนและดงทากไปล้างหน้าแปรงฟัน แล้วก็ไปกินข้าว
สายๆ ก็ไปหาที่ชาร์จแบทมือถือ มีปลั๊กอยู่บ้างที่ศูนย์ฯ ต่ายรอบคอบมากที่พกปลั๊กพ่วงมาด้วย
เลยหมดปัญหาปลั๊กเต็ม นั่งอ่านหนังสือที่หนีบไปด้วยเฝ้ามือถือประมาณครึ่งชั่วโมงก็พอ
เพราะไม่ได้โทร ใช้แต่ twitter อย่างเดียว
ก็เก็บเรียงไปตามแผนที่เลย ตอนแรกนึกว่าจะเป็นทางราบ ที่ไหนได้ ขึ้นๆ ลงๆ เหมือนเดิม
ฝนก็ตกเป็นระยะๆ สะพายกระเป๋ากล้องไปด้วย แล้วก็ห้อยกล้องทอย Argus Bean
ที่เพิ่งซื้อมาคนละตัวกับโน่ไปด้วย มันสะดวกดี คุณภาพก็ดีกว่ากล้องในโทรศัพท์มือถือนิดหน่อย
ราคาไม่แพง สองพันนิดๆ ตัวกล้องเป็น snap ring ห้อยหูกางเกงได้ เท่อย่าบอกใคร (ไม่ใช่ในรูปข้างล่างนี้นะ อันนี้ E-520)
เดินอ้อมเก็บไปได้เกือบทุกน้ำตก ก็ต้องตัดสินใจ ว่าจะเดินต่อไปถึงผาหล่มสัก ทางสระอโนดาต
หรือจะย้อนนิดนึง มาที่ผานาน้อยก่อน เพราะจะมีร้านค้า ถ้าไปต่อเลย จะไม่มีร้านค้าอีกเลย
เราต้องเลือกปากท้องไว้ก่อน เพราะมันจะบ่ายโมงแล้ว เลยวกนิดนึงมาผานาน้อย แวะกินข้าวที่นี่กัน
ระหว่างทางก็แวะถ่ายรูปไปเกือบทุกผาที่เป็นจุดพักและมีร้านค้า

แล้วก็เดินต่อไปตามเส้นทางเลียบขอบผาไปเรื่อยๆ ถึงผาหล่มสักเกือบ 5 โมงเย็น
ถ่ายรูปตามสเต็ป มุมมหาชน
พอใกล้ 6 โมงเย็นก็เริ่มมืด แวะร้านชมพู่มะเหมี่ยว ถ่ายรูปมาฝากน้อง @mameou ซะหน่อย
สั่งลีโอมาคนละกระป๋อง ซดให้ชื่นใจคลายปวดเมื่อย แล้วก็เดินกลับ
ช่วงนี้สนุก เพราะทางมืดแล้ว ต้องเอาไฟฉายส่องทางเดินกลับมาเรื่อยๆ
ระหว่างทางก็มีเสียงลมพัดอื้ออึงเป็นระยะ ถ้าเดินคนเดียวคงหลอนตายแน่ๆ
ฟ้ามืดสนิท เงยหน้าไปเห็นดาวเต็มฟ้า ซักพักดาวก็หาย เมฆมามืด ฝนก็เทลงมา
เสื้อกันฝนก็ไม่มี มีแต่แจ็คเก็ตกันหนาวนั่นแหละ แต่ฝนตกไม่หนักมาก พอเดินได้สบาย
ถึงจุดกางเต๊นท์เกือบ 3 ทุ่ม กินข้าวร้านเดิม เพราะให้ข้าวเยอะดี (ชื่อร้านสุขสันต์)
กินเสร็จ ยืนขึ้นก็แทบทรุด เพราะอาการปวดขากำเริบ ก็ค่อยๆ เดินกะย่องกะแย่งกลับเต๊นท์กัน
กำจัดน้ำอำพันจอห์นนี่นักเดินที่เหลืออีกราวๆ ครึ่งลิตรก็หลับกันพลิ้ว
ลิงก์ -
ภูกระดึง day 1
ภูกระดึง day 3
Comments
ชอบภาพแปร
ชอบภาพแปรงฟันมากๆ เลย
ดูกี่ทีก็ชอบ
มันมีบรรยากาศ
Add new comment